คุณผู้ชม

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไหว้สาแอ่วบุญเมืองลำพูน

ไหว้สาแอ่วบุญเมืองลำพูน
ทริปนี้เราเริ่ม พระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พุทธสถานคู่เมืองหละปูน อันเป็นพระธาตุของคนเกิดปีระกา มาในจังหวะเวลาเดียวกับงานประเพณีสลากภัต สลากย้อม ภายในวัดจึงเนืองแน่นด้วยพุทธศาสนิกชนและต้นสลากย้อมอันสูงตระหง่านยิ่งใหญ่ตระการตาวัดมหาวันและวัดพระคงฤาษี ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพระรอด-พระคง พระเครื่องเมืองลำพูนซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมในหมู่นักสะสม โดยเฉพาะพระรอดลำพูน ถูกจัดเป็นหนึ่งพุทธศิลป์เบญจภาคีของเมืองไทย อันมีที่มานับแต่ก่อร่างสร้างนครเพื่อเป็นพุทธบูชาและรักษาบ้านเมือง จึงมีการสร้างพระพิมพ์ขึ้น 2 แบบ แบบหนึ่งเรียกว่า "พระคง" เพื่อความมั่นคงของนครหริภุญไชย บรรจุไว้ที่วัดพระคงฤาษี อีกแบบเรียกว่า "พระรอด" เพื่อความอยู่รอดจากภัยอันตราย บรรจุไว้ที่วัดมหาวัน ไหว้พระขอพร ส่องพระเครื่องกันพองาม เราเดินทางต่อไปวัดจามเทวี อันมีพระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ ซึ่งตามตำนานเล่าว่าพระราชโอรสทั้งสอง สร้างเพื่อบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญไชยนคร ในเวลาต่อมาส่วนยอดของพระเจดีย์หายไป ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า "กู่กุด" สุดท้ายเราไปจบเส้นทางไหว้สาแอ่วบุญที่วัดพระยืน เพื่อขอพรให้อายุและความรักยั่งยืน หน้าที่การงานมั่งคง เป็นโชคดีมีโอกาสพบท่านเจ้าอาวาส ซึ่งจบถึงด็อกเตอร์ เลยได้พบธรรมะประสมวิชาการ อิ่มบุญเบิกบานกันถ้วนหน้า
สัมผัสประเพณีและวิถีคนยอง

เกินครึ่งของคนลำพูนเป็นชาวยอง ที่อพยพถิ่นฐานมาจากแคว้นสิบสองปันนา ซึ่งยังคงรักษาขนบประเพณีวิถีชีวิตไว้ให้เห็นถึงปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่จะพบเห็นชุมชนชาวยองกระจายอยู่ทั่วทุกอำเภอ เราตั้งต้นที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง วัดต้นแก้ว ตามเส้นทางถนนสายวัฒนธรรมบ้านเวียงยอง จัดแสดงเสื้อผ้าของแต่งกายไว้อย่างสวยงาม ใต้ถุนเป็นกลุ่มทอผ้าผู้สูงอายุ อันมีฝีมือในการทอผ้ายกเชิง ผ้าไหมแกมฝ้ายลายดอกพิกุล ลายผ้าเก่าแก่ของเมืองลำพูนได้อย่างงดงาม
ชาวยองมีประเพณีสลากย้อม ซึ่งแต่โบราณให้ผู้หญิงอายุ 20 ปีและยังไม่แต่งงาน เหมือนลูกชายครบปีให้บวช ลูกหญิงต้องแต่งทานสลากย้อมไปถวายวัด แต่ปัจจุบันได้ปรับไปตามกาลเวลา กลายเป็นการร่วมกันของชุมชนและวัด จัดทำต้นสลากย้อมแทนวิถีเดิม วัดประตูป่า เป็นวัดซึ่งได้รวบรวมข้อมูล ข้าวของเครื่องใช้ในประเพณีสลากย้อม ซึ่งเราสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ ชมความงดงามของอุโบสถ วิหาร และหอพระธรรมไม้สักปิดทองอายุกว่า 200 ปี
ชุมชนเก่าและบ้านโบราณที่ป่าซาง
เราออกนอกเมืองไปวัดหนองเงือก ในเขต อ.ป่าซาง เพราะเป็นวัดพระจึงได้เห็นพ่ออุ้ยแม่อุ้ย มาถือศีลกินเพลฟังเทศน์สนทนาธรรมกันในพระอุโบสถ แรกเกรงว่าไม่ได้ห่มนุ่งสีขาวจะเข้าไปอย่างไร แต่คุณยายคุณตาเรียกหา ให้เข้าไปกราบพระขอพรเสียก่อนที่จะไปดูจิตรกรรมฝาผนังเก่า พวกเราจึงไม่รู้สึกเก้อเขินเป็นส่วนเกิน บอกเสียหน่อยว่าวัดนี้ เขาให้ถอดรองเท้าตั้งแต่ก่อนเข้าประตูวัด ไม่ได้ถอดหน้าโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญเช่นวัดอื่น
เข้าวัดมาเยอะแล้ว พวกเราขอเข้าบ้านบ้าง เป็นบ้านยองโบราณ ที่บ้านมะกอก ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2480 แต่ยังคงรักษาดูแลไว้เป็นอย่างดี โดยคุณยายบัวลา ใจจิตร หญิงวัย 78 ปี ที่ใจดีเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม พวกเราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานกว่าที่ไหน ได้ฟังเรื่องราวหลายอย่าง ทั้งเรื่องบ้านและความงาม อดีตวัยละอ่อนคุณยายเคยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนางงามมาก่อน พวกเรานั่งฟังอย่างตั้งใจ เฉพาะเรื่องการดูแลผิวหน้าให้ดูอ่อนวัยเช่นเดียวกับคุณยาย ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนวัยเจ็ดสิบแปด
ถ้าอยากรู้ ต้องไปถามเอาเองที่เมืองหละปูนเน้อเจ้า
Fast Facts
ตัวเมืองลำพูนไม่กว้างใหญ่นัก สามารถเดินทอดน่อง-ปั่นรถถีบเที่ยวได้สบายๆ หรือจะใช้บริการรถรางนำเที่ยวที่จอดหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย ฯ ซึ่งให้บริการวันละ 2 รอบ 09.00-12.00 น. และ 13.30-16.30 น.
ไปลำพูนแบบได้ความรู้นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ลองโทรไปสอบถาม นเรนทร์ ปัญญาภู นักจดหมายเหตุลำพูน โทร. 08-4611-2260
ถนนสายวัฒนธรรมบ้านเวียงยอง เข้าไปดูรายละเอียดได้ใน www.wiangyong.org
สอบถามเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 053-248-604, 053-248-607 หรือ www.tourismthailand.org
ขอขอบคุณ งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ภายในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เปิดประตูสู่โลกใต้ทะเล สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจังหวัดระยอง

ช่วงอากาศร้อนๆ อย่างนี้ หากคุณมีแพลนเดินทางท่องเที่ยวไปแถวๆ ทะเลทางภาคตะวันออกแล้วหล่ะก็ ถ้าขับผ่านมาทางบ้านเพจังหวัดระยองก็อย่าลืมแวะเข้าไปชม สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่เด็กๆ และคุณๆ จะได้เรียนรู้เปิดประตูสู่โลกใต้ทะเลในอีกรูปแบบหนึ่ง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง ตั้งอยู่บ้านเพ จ.ระยอง เป็นหน่วยงานภายใต้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมเกี่ยวกับสัตว์ทะเลตามชนิดและสายพันธุ์ต่างๆ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประมงอีกด้วย
การจัดแสดงได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแรกแสดงพันธุ์สัตว์น้ำมีชีวิต ได้แก่ สัตว์น้ำในแนวปะการัง มีปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาไหลมอร์เรย์ ปลาโนรี ม้าน้ำและกุ้งมังกร, ต่อด้วย สัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ปลากะรังเหลืองจุดฟ้า ปลากะรังหน้างอน ปลากะพงทอง หอยหวาน กั้งกระดาน กุ้งทะเล ปูม้าและปูทะเล, สัตว์ทะเลที่เป็นอันตราย ปลาสิงโต ปลากะรังหัวโขนซึ่งมีลักษณะคล้ายปะการังมาก ปลาอุบ ปลาปักเป้า ปลากระเบนจุดฟ้า เม่นทะเลและแมงดาทะเลที่มีการว่ายน้ำและท่านอนที่แปลกคือนอนหงายดูเผินๆ เหมือนว่ามันตายแล้ว, บ่อ Touch Pool ระบบนิเวศวิทยาชายฝั่งและปะการังน้ำตื้น ส่วนนี้จะถูกจัดแสดงไว้ด้านนอกก่อนทางเข้าผ่านประตู มีปลาดาวทะเล ดาวหมอนปักเข็ม ปลิงดำ ปลิงส้มและปลิงหนาม ถูกจัดแสดงไว้ รวมทั้งยังมีบ่อแสดงพันธุ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ บ่อทรงกระบอก บ่อเต่า บ่ออุโมงค์ และบ่อปลากลางแจ้งที่ถูกจัดแสดงไว้อย่างสวยงามในส่วนที่ 2 ได้จัดให้เป็นการแสดงนิทรรศการโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลตามพระราช

เสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส มีการบอกเล่าเรื่องราวรวมทั้งยังนำเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำประมงมาจัดแสดงไว้อีกด้วยในส่วนสุดท้ายเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย มีตัวอย่างเปลือกหอยที่เก็บรวบรวมจากน่านน้ำไทยกว่า 140 ชนิด ซึ่งได้จำแนกและบอกรายละเอียดไว้อย่างครบครัน เรียกได้ว่าเป็นการดำน้ำดูใต้ท้องทะเลแบบที่ไม่ต้องเปียกน้ำกันเลย โดยระหว่างทางเดินจะมีการจัดแสดงตู้ปลานานาชนิดไว้ พร้อมป้ายข้อมูลบอกรายละเอียดอย่างชัดเจน เมื่อเดินชมไปเรื่อยๆ ทางจะค่อยๆ ลาดลงไปสู่อุโมงค์ที่เป็นตู้ปลาขนาดใหญ่และจะพบเห็นหมู่ปลามากมายว่ายอยู่เต็มไปหมด รวมทั้งปลาฉลามหูดำดาวเด่นของที่นี่ก็ว่ายรวมอยู่ด้วย เราสามารถเรียนรู้เรื่องราวใต้ท้องทะเล พร้อมความสนุกสนานน่าตื่นตาตื่นใจเรียกได้ว่าเป็นความสนุกแบบมีสาระกันเลยทีเดียว
การเที่ยวชมในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ถ้าเดินเพลินๆ อ่านข้อมูลไปด้วย ถ่ายรูปไปด้วย ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเหมือนกัน เดินนานๆ อาจรู้สึกหิวขึ้นมาก็อย่าลืมพก มาม่าคัพ ติดตัวไว้ด้วยแก้หิว เพียงเปิดฝาถ้วยเติมน้ำร้อนลงไปแล้วปิดฝาทิ้งไว้เพียง 3 นาที ก็อิ่มอร่อยแบบมีประโยชน์พร้อมออกเดินทางกันต่อได้เลย
Tips
• ข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามเปิดแฟลซในขณะถ่ายรูปปลา
• บัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท เด็กส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี!
• เปิดให้เข้าชม วันพุธ-ศุกร์ เวลา 10.00-16.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์-วันอังคาร
• สอบถามโทร. 0-3865-1764, 0-3865-3741 www.fisheries.go.th/mf-emdec

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

พาเที่ยวตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำอโยธยา เป็นจุดศูนย์รวมนัก ท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ และทัศนียภาพอันงดงามแบบไทยๆด้วยการเดินชมตลาดเพื่อชิมอาหารรสชาดอร่อยๆ เรียบคลองยาว หรือจะซื้อหาของกินของฝากบนร้านค้าที่ตั้งเรียงรายอยู่ในเรือนไทยอันงดงาม รอบตลาดน้ำอโยธยาของเรา ก็เพลิดเพลินไม่แพ้กัน พร้อมกันนี้ก็ยังมีเรือบริการรับส่งไปยังท่าเรือภายในตลาดอีกด้วยเพื่อ สะท้อนถึงวิถีการ เดินทางในสมัยก่อน
ตลาดน้ำอโยธยา
จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่ตลาดน้ำอโยธยาได้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ คือการนำชื่ออำเภอทั้งหมดของ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาทั้งหมด มาตั้งเป็นชื่ออาคาร สถานที่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รู้จักสินค้าของแต่ละอำเภอ และสามารถจดจำชื่ออำเภอต่างๆของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี
ตลาดน้ำอโยธยา
ปณิธาน ความตั้งใจเพื่อให้ตลาดน้ำอโยธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาเรียน รู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทย เห็นคุณค่าของศิลปะและ วัฒนธรรมของไทยแผ่นดินอันอบอุ่นของไทย ที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้มีที่อยู่ที่อาศัยและ ควรรักษาๆไว้ให้ดีอีกนาน
?ตลาดน้ำอโยธยา
ตลาดน้ำอโยธยา
วิถีไทยในอยุธยา
????????? ในพระนครศรีอยุธยาเต็มไปด้วยวัดวาอาราม เพราะประชาการในกรุงศรีอยุธยาไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูงหรือชนชั้นต่ำ ล้วนมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถวาท ความมั่งคั่งที่ได้จากการค้าขายของกรุงศรีอยุธยามักหมดไปเพื่อสร้างวัด อันเป็นแหล่งรวมของศิลปะสถาปัตยกรรมฝีมือช่างหลวงและช่างชาวบ้าน
ตลาดน้ำอโยธยา
ตลาดน้ำอโยธยา
วิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนมากอยู่เรือนไม้ไผ่ริมน้ำ ทำนาปลูกข้าวที่ต้องพึงพาธรรมชาติ จึงมีประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับการเกษตรกรรมหลายอย่าง เช่น ขอฝน ทำขวัญข้าว แข่งเรือ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีอาชีพทำงานหัตถกรรม เช่น ปั้นหม้อ ทอผ้า ทำเครื่องจักสาน แกะไม้ ถลุงเหล็กฯลฯประเพณีเหล่านี้ยังสืบเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันยังคงมีอยู่
?
ข้อมูลจาก? ayothayafloatingmarket
ภาพจาก? folktravel

ปลายฝนนี้..ชวนเที่ยว เข้าค้อ เต็มอิ่มกับทะเลหมอกงาม

เริ่มต้นการเดินทางมุ่งสู่ “เขาค้อ” ในช่วงปลายฝนแบบนี้ เป็นช่วงที่พักราคาถูก และลมไม่มากทำให้เราเห็นหมอกได้หนาแน่นมากกว่าช่วงฤดูหนาวอีกด้วย ก่อนจะถึงที่พักเขาค้อทะเลหมอกเราก็แวะไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลกันก่อน
พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก - เขาค้อ
หลังจากมุ่งหน้าเดินทางสู่ที่พัก “เขาค้อทะเลหมอก” ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่เรียกว่า สวยที่สุดที่นึงเลยก็ว่าได้ ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับสวนสน มีพื้นที่ให้เดินเล่นชมบรรยากาศสบายๆ ชมวิวทิวเขา และถ่ายรูป ที่นี่จะจัดพื้นที่สำหรับพักชมหมอก ถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะมีให้นอนกางเต็นท์ด้วย
เขาค้อ
เขาค้อ
เขาค้อ
เขาค้อ
พระอาทิตย์แรกของวัน..ที่เขาค้อ

เขาค้อ
เขาค้อ

?พระอาทิตย์สุดท้ายของวัน..ที่เขาค้อ
การเดินทาง : ทางรถยนต์
เส้นทางที่ 1 
จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ( ทางหลวงหมายเลข 21 ) เมื่อเลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปมุ่งหน้าอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 236 กิโลเมตร ( หลักกิโลเมตรที่ 236 ) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 2258 ขับตรงไปประมาณ 17.5 กิโลเมตร จะถึง เนินมหัศจรรย์
จากนั้นขับตรงไปประมาณ 6.5 กิโลเมตร จะพบ 3 แยก
( แยกขวาไปหอสมุดนานาชาติเขาค้อ ไปอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ )
( ถ้าตรงไป จะไปพระตำหนักเขาค้อ ไปสวนสัตว์เปิดเขาค้อ ไปน้ำตกศรีดิษฐ์ )
เส้นทางที่ 2
จากตัวเมืองพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ( พิษณุโลก – หล่มสัก ) ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ( หลักกิโลเมตรที่ 100 – 101 ) จากนั้น เลี้ยวขวา สู่อำเภอเขาค้อ ( ทางหลวงหมายเลข 2196 ) จากนั้นขับตรงไปประมาณ 17 กิโลเมตร จะพบ 3 แยก
( ถ้าเลี้ยวขวาจะไปไร่บีเอ็น ไปน้ำตกศรีดิษฐ์ )
( ถ้าตรงไปจะไปอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ไปหอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ )
แผนที่การเดินทาง เขาค้อ
ขอบคุณภาพจาก MThai.com

ปาลิโอ เขาใหญ่

       Palio เขาใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิปแหล่งใหม่ของคนอินเทรนด์ ที่ต่อยอดมาจาก Primo Posto (พรีโม พอสโต) หลังจากชื่อ Primo Posto

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่


สถานที่ในเขาใหญ่ที่กำลัง HIP คือ Palio หรือ ปาลิโอ ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 17 ติดกับโรงแรมจุลดิศ เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา ท่านจะได้สัมผัส Palio เขาใหญ่ในบรรยากาศอิตาลี จนเผลอคิดว่าเราอยู่ในอิตาลีจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นอาคารถูกออกแบบให้เป็นกลุ่มอาคารถนนคนเดิน หรือสถาปัตยกรรมยุโรปโบราณแนวอิตาเลี่ยนสไตล์ที่รายล้อม แถมคำว่า Palio ยังเป็นภาษาอิตาเลียน หมายถึง “รางวัล” อีกด้วย

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่


ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่

บรรยากาศสไตล์อิตาเลี่ยนนอกจากนี้ยังมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ สวนหย่อม น้ำพุ ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดงหรือดนตรี ห้องแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ แต่ถ้าอยากเต็มอิ่มกับ Palio เขาใหญ่ ก็ลองหาที่พักที่เหมาะสมกับกระเป๋าตัวเองที่มีให้เลือกหลายราคา และนี่ก็คือ Palio เขาใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวสุด Chic

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ข้อมูล Palio ปาลิโอ เขาใหญ่บริษัท เขาใหญ่ วิลเลจ มอลล์ จำกัด โดยการร่วมมือของ กลุ่มจุลดิศ และ กลุ่มพรีโม พอสโตโครงการดำเนินการก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ 7 ไร่ เป็นพื้นที่อาคารทั้งหมด 6,500 ตารางเมตรพื้นที่สวน และส่วนกลางอีก 4,700 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณลงทุนมูลค่า 150 ล้านบาท

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ทั้งนี้ยังมิได้รวมถึงการลงทุนในการจัดการเรื่องการตลาด และ การจัดกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ อีกทั้งทางกลุ่มจุลดิศ และ กลุ่มพรีโม พอสโต ยังวางแผนที่จะสร้างโครงการเฟส 2 บนเนื้อที่ที่จัดเตรียมไว้อีกประมาณ 5 ไร่ ในอนาคตข้างหน้างานสถาปัตยกรรม Palio เป็นกลุ่มอาคาร 1 และ 2 ชั้น มีร้านค้าหลากหลายประเภทกิจการอาทิ ร้านอาหาร ศูนย์อาหาร และลานกิจกรรมมีร้านค้ากว่า 140 ร้านใน Pailo ประกอบด้วยสินค้าหลากหลาย เช่นธนาคารร้านอาหารไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่นศูนย์อาหารที่คัดสรรแล้วว่าอร่อยจริง (เช่น ร้านข้าวหมกไฮโซ)ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ร้านไวน์ร้านขายยาร้านขายของที่ระลึกพืชผักปลอดสารพิษเครื่องประดับเครื่องแต่งกายเครื่องเสียงเฟอร์นิเจอร์ร้านหนังสือธรรมะอื่นๆ

ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
ปาลิโอ เขาใหญ่
Palio เขาใหญ่หากอยากไปสัมผัสบรรยากาศสไตล์อิตาเลี่ยนแบบนี้ Palio เขาใหญ่ เปิดบริการทุกวัน?ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.
ที่พัก Palio Inn ห้องพักสไตล์ บูติค เปิดให้บริการแล้วสำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี่ ณ. ปาลิโอ เขาใหญ่ ห้องพักอยู่ในบริเวณ Palio Khao Yai walking street & shopping center มีทั้งหมด 12 ห้อง แต่ละห้องตกแต่ง ไม่เหมือนกันซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันไป